ออกไปสูดอากาศ ออกไปพักที่อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในอีสาน


2021-02-27 11:20

จำนวนครั้งที่อ่าน : 11

สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในอีสาน ออกไปเที่ยว ไปRELAX ออกไปกางเต็นท์นอนฟังเสียงน้ำไหลลงแก่ง จะฟินแค่ไหน ต้องมาลองสัมผัสดูกับการเที่ยวแบบ NEW NORMAL ที่สำคัญอย่าลืมรักษาความสะอาดกันด้วยนะคะทุกคน

มาเที่ยวอุบลทั้งทีก็ต้องไปให้สุดจ้า

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่รวบรวมความสวยงาม

ของธรรมชาติในป่าเขาเอาไว้ ที่สำคัญสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ

แต่ละช่วงของฤดูกาลก็จะมีความสวยงามต่างกันไป เพราะฉะนั้น ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด

ยิ่งเป็นการเที่ยวอุทยานฯ รูปแบบใหม่ (New Normal)

"เที่ยวอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะวิถีใหม่ สร้างความปลอดภัย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แบบ New Normal"

จะมีมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว ที่ 200 คน/ช่วงเวลา

เพื่อควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ

และเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing)

เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

โดยนักท่องเที่ยวจะต้องจองคิวเข้าอุทยานแห่งชาติล่วงหน้า

ผ่านแอปพลิเคชันคิวคิว (Application QUEQ) Check In - Check Out

ผ่านระบบไทยชนะทุกครั้ง และสวมหน้ากากอนามัยและใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือ

ก่อน – หลัง เข้าภายในอุทยานแห่งชาติกันนะคะ

ชมวิวสุดโรแมนติก ที่อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ตั้งอยู่ในท้องที่ อำเภอโขงเจียม และ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

พื้นที่ในบริเวณนี้จะเป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ มียอดเขาบรรทัดเป็นจุดสูงสุด สูงถึง 543 เมตร

มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่านตามแนวเขตด้านเหนือไปออกประเทศลาว

บริเวณแก่งตะนะจะมีสายน้ำที่เชี่ยวแรงและค่อนข้างลึก และมีถ้ำใต้น้ำหลายแห่งเลยค่ะ

ทำให้มีปลาอาศัยอยู่เยอะแยะมากมาย โดยตรงกลางจะมีโขดหินขนาดใหญ่เป็นเกาะกลางอีกด้วย

สภาพป่าทั่วไปจะเป็นป่าแพะหรือป่าแดง โดยจะมีป่าดิบเฉพาะบริเวณริมห้วยใหญ่เท่านั้น

ส่วนภายใน อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ ก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมาย

ไม่ว่าจะเป็น ดอนตะนะ เป็นเกาะที่อยู่กลางลำน้ำมูล ทางด้านเหนือของเกาะจะมีหาดทราย

ไว้สำหรับไปนั่งพักผ่อนได้ สะพานแขวน เป็นสะพานแขวนไว้สำหรับให้คนเดินข้ามที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

และยังเป็นจุดชมวิวสองฝั่งของแม่น้ำมูลได้ฟินสุดๆ เลยงานนี้

ชื่อของ ตะนะ นั้น มาจากความเชื่อของชาวบ้าน เดิมมาจากคำว่า มรณะ

เพราะบริเวณแก่งตะนะนี้ มีกระแสน้ำไหลที่เชี่ยว และมีโขดหินอยู่ทั่วไป

และยังมีถ้ำใต้น้ำอยู่หลายแห่ง ทำให้ชาวบ้านที่สัญจรทางน้ำ

หรือออกจับปลานี้ มักจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ชาวบ้านเลยเรียกแก่งนี้ว่า แก่งมรณะ

แต่ต่อมาก็เพี้ยงเสียงกันไป จนเรียกว่า แก่งตะนะ นั่นเอง

ส่วนสัตว์ป่าที่พบในเขต อุทยานแห่งชิแก่งตะนะ ก็จะมีทั้ง กวาง หมีหมา หมีคน

อีเก้ง ฟาน หมูป่า กระต่ายป่า กระแต ลิ่ม นิ่ม ตะกวด แลน ตุ๊กแก แย้ งูจงอาง งูเห่า เป็นต้น

สัตว์ปีกต่างๆ นั้นก็จะมีมากถึง 48 ชนิดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เหยี่ยวแดง นกกระปูดใหญ่ นกเค้าโมง

นกนางแอ่น นกแซงแซวหงอกขน นกแซงแซวสีเทา นกจับแมลงหัวเทา นกจับแมลงคอแดง

นกอุ้มบาตร์ นกกระจี๊ดธรรมดา นกกระจี๊ดสีคล้ำ นกเด้าดินสวน นกกินปลี นกปรอดทอง

ไปจนถึง นกพญาไฟสีกุหลาบ เป็นต้นค่ะ

แน่นอนว่า ที่นี่ สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยจ้า

ในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาวจะมีนักท่องเที่ยวมาชมวิวแม่น้ำมูล

แม่น้ำโขง และน้ำตกต่างๆ กันเยอะแยะมากมายเลยค่ะ

ส่วนในปลายฤดูหนาวและฤดูร้อน ก็จะนิยมมาเที่ยวแก่งต่างๆ

ที่สำคัญทางอุทยานฯ ยังมีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์ไว้ให้บริการ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจมาพักที่นี่อีกด้วยค่ะ

เรียกได้ว่าเป็นอีกสถานที่ที่ทั้งครบ และ พร้อมมากๆ สำหรับการเที่ยวชมธรรมชาติ

ถ้าใครได้แวะมาก็อย่าลืมมาชมธรรมชาติสวยๆ กันที่ อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ นะคะ


allubon เป็นหนึ่งในโครงการ การพัฒนา ระบบออนไลน์ ของหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่เป็นความตั้งใจ ของปรtธานหอการค้า คนปัจจุบัน ( นายนิมิต สิทธิไตรย์) ที่ต้องการนำการตลาดออนไลน์ มาพัฒนาระบบการค้าขาย ของจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้ การค้าขาย ก้าวทันโลก